2019-06-06 17:43:35
ตำรับสมุนไพร พิกัด“ตรีผลา”
การแพทย์อายุรเวทอินเดียและการแพทย์แผนไทย ใช้ตำรับตรีผลาบำรุงร่างกายและรักษาโรคหลายโรค
ตรีผลาที่ใช้ในการแพทย์อายุรเวทจะใช้ สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม
โดยรับประทานร่วมกับ เนยใส(Gee) น้ำผึ้ง หรือน้ำอุ่น
ใช้ปรับสมดุลธาตุ และะรักษา อาการอืด เฟ้อ แน่นท้อง จากอาหารไม่ย่อย
หรืออาการเกี่ยวกับการระบายของเสียออกจากร่างกายให้สมดุลย์
มีการอุดตันของอุจจาระหรือปัสสาวะ ช่วยให้ปัสสาวะใสและออกง่าย
โรคตาโรคผิวหนัง ลิ้นไม่รับรสอาหารร ลดไข้
ข้อมูลตรีผลาจาก ตำราเวชศาสตร์ฉบับหลวง
ในตำราเวชศำสตร์ฉบับหลวงรัชกาลที่ 5 เล่ม 2 เรื่อง คัมภีร์สรรพลักษณะสรรพคุณ
เล่ม 3 เลขที่ 1047 หน้า 398 ซึ่งกล่าวไว้ว่า
“ลำดับนี้จะได้สำแดงในมหำพิกัดตรีผลา สืบต่อไป
๏ อันว่าตรีผลานั้น ถ้ำจะแก้เสมหะสมุฐานเอา สมออัพยา ๔ สมอพิเภก ๘ มฃามป้อม ๑๒ ฯ
๏ ถ้ำจะแก้บิ์ตตะสมุฐานเอำ มฃามป้อม ๔ สมออัพยำ ๘ สมอพิเภก ๑๒ ฯ
๏ ถ้ำจะแก้วาตสมุฐานเอำ สมอพิเภก ๔ มฃามป้อม ๘ สมออัพยา ๑๒
มหาพิกัดตรีผลำ สรรพคุณ แก้เสมหะสมุฏฐาน ตามคัมภีร์สรรพคุณยา กล่าวสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิด ดังนี้
มะขามป้อม ผลมะขามป้อมอ่อนนั้น มีรสอันเปรี้ยวหวำนระคนกัน แก้มังสะให้บริบูรณ์
แลทำให้เสียงเพรำะ แก้พรรดึกแลพยำธิในกองเสมหะ ผลมะขำมป้อมแก่นั้นมีรสอันขมเผ็ดฝาดเปรี้ยวระคนกัน
ห้ามเสียซึ่งลม แลไข้อันพิเศษ
สมอพิเภก ผลสมอพิเภกอ่อนนั้น มีรสอันเปรี้ยว สังหารเสียซึ่งลม แลไข้อันพิเศษ
ผลสมอพิเภกแก่นั้นมีรสอันฝาด แก้โรคอันบังเกิดแก่จักษุ แก้โรคอันบังเกิดแต่ธาตุกำเริบแลไข้จับ
บำรุงธาตุแล แก้ริดสีดวง เมล็ดในแก้บิดทั้งปวง ใบแก้บาดแผลทั้งปวง อันประกอบไปด้วยพยาธิ
ดอกแก้โรคอันบังเกิดแต่จักษุ เปลือกแก้ในทำงปัสสำวะพิการ แก่นแก้ริดสีดวงพลวก รากแก้โลหิตอันทำให้ร้อน
สมอไทย สมอหนึ่งชื่อ อัพยา ผลหกเหลี่ยม มีรสอันขมแลร้อนแก้โลหิตโดยรอบคอบในอุทร
ข้อมูลงานวิจัย
องค์ประกอบทางเคมี
สมอพิเภก ประกอบด้วยสารสำคัญในกลุ่มโพลีฟีนอล ได้แก่ chebulagic acid, ellagic acid,
gallic acid, chebulagic acid และ B-sitosterol
สมอไทย ประกอบด้วยสารสำคัญในกลุ่มโพลีฟีนอล ได้แก่ gallic acid, chebulic acid,
chebulinic acid, chebulagic acid, corilagin, terchebin, glucogallin, ellagic acid,
sennoside A, chebulin, catechol, tannic acid และ B-sitosterol
มะขามป้อม ประกอบด้วยสารสำคัญในกลุ่มโพลีฟีนอลและวิตามิน ได้แก่ Vitamin C,
rutin, mucic acid, gallic acid, phyllemblic acid, tannins terpene flavonoids
งานศึกษาวิจัย/ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้อง
การใช้ตรีผลาในการบำบัดโรค (Therapeutic Uses) พบว่า ตรีผลามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ปรับภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ กระตุ้นความอยากอาหาร
ลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ลดไข้ บรรเทาอาการปวด
ต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยสมานแผล และช่วยผ่อนคลายความเครียดได้
ฤทธิ์เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน
การศึกษาในหนูทดลองพบศักยภาพของตรีผลาในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
และลดสารก่อความเครียดในหนูทดลองได้และมีฤทธิ์ลดการอักเสบ
จากการวิจัยในอาสาสมัครสุขภาพดี 20 คน พบว่า มีผลช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน อย่างมีนัยสำคัญ
พบว่าสารกลุ่มโพลีฟีนอลิกจากมะขามป้อม มีผลเพิ่มจำนวนของเซลล์ม้ามที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้
น้ำจากผงเนื้อผลมะขามป้อมช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในหนูทดลองอย่างมีนัยสำคัญ
มะขามป้อมช่วยเพิ่มปริมาณ serum protein ในหนูทดลองซึ่งมีผลให้ในระดับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น
การศึกษาผลของตรีผลำในการรักษาความเสียหายของปอด
พบว่าตรีผลามีผลในการเปลี่ยนแปลงการกระจายของเซลล์ภูมิคุ้มกันในปอดและม้าม
รวมถึงพบว่ำสารน้ำในหลอดลม และมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ
ฤทธิ์เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ
การศึกษาฤทธิ์ต้านการไอ (Antitussive activity) มีฤทธิ์ต้านการไอได้
มีผลลดสารคัดหลั่งในทางเดินหายใจ ลดการอักเสบ ลดการบีบตัวของทางเดินหายใจ
ตลอดจนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระซึ่งสนับสนุนว่ามะขามป้อมมีฤทธิ์ต้านการไอได้
มีผลลดจำนวนครั้ง ลดความแรงของการไอ และลดการหลั่งของสารเยื่อเมือก(mucous)
ในช่องทางเดินหายใจได้
มีผลต่อการซ่อมแซมการทำงานของระบบทำงเดินหายใจและหัวใจ
(cardio-respiratory improvement)
มีฤทธิ์ยับยั้งการจับกันของเชื้อไวรัสก่อโรคทำงเดินหายใจ (SARS-CoV-2)
สำรสำคัญชนิด phyllaembilicin B ที่พบมำกในมะขามป้อม สำมารถยับยั้งเอนไซม์อาร็เอ็นเอ พอลีเมอเรส
ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในกำรต่อสายอาร์เอ็นเอของไวรัสได้ (กลไกเดียวกับยำ favipiravir)
ฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง
การทดสอบฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งชนิด breast cancer lines (MCF-7, S115),
prostate cell lines (PC-3, NT1A) และ human osteosarcuma cell
พบว่าสารสกัดมีฤทธิ์ยับยั้งกำรแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้ โดยทำให้เซลล์มะเร็ง necrosis ตาย
นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ศึกษำฤทธิ์ต้าน lipid peroxidation พบว่าสามารถยับยั้งได้ร้อยละ89
และยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระได้ร้อยละ 92
สำหรับการศึกษาฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งของมะขามป้อม พบว่าสารสำคัญกลุ่มโพลีฟีนอล
ชนิด geraniin มีฤทธิ์แรงที่สุดในกำรยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งเต้านม MCF-7
ส่วนสาร isocorilagin มีฤทธิ์แรงที่สุดในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งปากมดลูก HeLa (IC50)
เท่ากับ 51.4 มคก./มล.)
ที่มา เรียบเรียงจากเอกสารอ้างอิง กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
โดย ดร.ภญ.ดวงแก้ว ปัญญาภู ,ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ
อ่านรายละเอียดงานวิจัยเพิ่มเติม คลิก